ผู้นำแรงงานชมแผนเยียวยากรณีปิดแคมป์ก่อสร้าง ชี้แก้ตรงจุดช่วยลูกจ้าง–นายจ้างอยู่ได้

ผู้นำแรงงานชมแผนเยียวยากรณีปิดแคมป์ก่อสร้าง ชี้แก้ตรงจุดช่วยลูกจ้าง–นายจ้างอยู่ได้

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อมารับฟังแผนการจัดสรรวัคซีนและขอบคุณรัฐบาลที่ได้ฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนมาตรา 33

ในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน

โดยนายมานิตย์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมได้มาเข้าพบท่าน รมว.แรงงาน เพื่อมารับฟังแผนการจัดสรรวัคซีนและขอบคุณรัฐบาลที่ได้ฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้พี่น้องแรงงานในสถานประกอบการได้ โดยเฉพาะในส่วนภาคธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะนี้มีออเดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากหลายประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด b2y ไม่สามารถส่งออกได้ การฉีดวัคซีนให้แรงงาน จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ ช่วยลดและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโควิดเป็นวงกว้างไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ในโรงงานอีก รวมทั้งยังมาทวงถามความคืบหน้าข้อเรียกร้องด้านแรงงานอื่นๆ ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เพื่อนำไปแจ้งให้สมาชิกของเรารับทราบต่อไป

นายมานิตย์ ยังกล่าวว่ากล่าว จากในกรณีที่รองหัวหน้าพรรคก้าวหน้าอ้างถึงว่ารัฐบาลเหลื่อมล้ำไปล้วงเงินประกันสังคมมาจ่ายแก้ไขคนงานกรณี ศบค. มีคำบัญชาปิดแคมป์คนงานในจังหวัดกรุงเทพมหานครและก็ละแวกใกล้เคียง ว่าเงินกู้ยืมก็มีอยู่แล้วเพราะอะไรไม่ประยุกต์ใช้ ในหัวข้อนี้ประกันสังคมมีข้อมูลผู้ที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว ทำให้สามารถปฏิบัติการได้ทันทีทันใด ส่วนสถานประกอบการและก็ผู้รับจ้างนอกระบบประกันสังคมก็สามารถได้รับการรักษาด้วยเหมือนกัน เพียงแค่ขึ้นบัญชีในระบบประกันสังคม กรณีมีลูกว่าจ้าง ส่วนผู้ประกอบกิจการที่ไม่มีผู้รับจ้างก็มาขึ้นบัญชีในแอพพลิเคชั่นถุงใส่เงิน เพื่อได้รับการบรรเทาในเดือนต่อไป ดังนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯ พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์โอชะ ปรารถนาดีชาวไทยทุกคน ทุกหลักการทั่วถึงไม่เหลื่อมล้ำ ซึ่งได้แก้ไขสถานประกอบการจ่ายตามปริมาณผู้เอาประกันตน แต่ว่าไม่เกิน 200 รายรายละ 3,000 บาท รวมทั้งแก้ไขผู้เอาประกันตนชนชาติไทย รายละ 2,000 บาท